วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

งาน

ducati
http://www.ducati.com/bikes/superbike/1199_panigale_s/tech_spec.do
http://www.ducati.com/bikes/multistrada/1200_s_granturismo/tech_spec.do
http://www.ducati.com/bikes/monster/1100__evo/tech_spec.do
http://www.ducati.com/bikes/hypermotard/hypermotard_sp/tech_spec.do
http://www.ducati.com/bikes/diavel/diavel/tech_spec.do

harley
http://bigbike.okcartv.com/index.php?topic=10.0

วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เดอะฮอบบิท


เดอะฮอบบิท (ชื่อภาษาอังกฤษ "The Hobbit" หรืออีกชื่อหนึ่งว่า "There and Back Again") เป็นนิยายแฟนตาซีสำหรับเด็ก ประพันธ์โดยเจ. อาร์. อาร์. โทลคีน ในลักษณะกึ่งเทพนิยาย โทลคีนเขียนเรื่องนี้ในราวช่วงปลายทศวรรษที่ 1920 โดยเริ่มแรกเขาเพียงใช้เล่าเป็นนิทานสนุกๆ ให้ลูกฟัง กับใช้เล่นคำในภาษาต่างๆ ที่เขาสนใจ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษโบราณ นิยายเรื่องนี้ได้ตีพิมพ์ครั้งแรกในประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 1937
เหตุการณ์ในเรื่อง เดอะฮอบบิท อยู่ในยุคก่อนเกิดเหตุการณ์ในเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ เนื้อหาเกี่ยวกับการผจญภัยของฮอบบิทที่ชื่อบิลโบ แบ๊กกิ้นส์ ไปยังดินแดนตะวันออกในมิดเดิลเอิร์ธกับเพื่อน ๆ คนแคระและพ่อมดชื่อแกนดัล์ฟ ระหว่างทางเขาได้พบเรื่องแปลกประหลาดมากมาย จนในท้ายที่สุดได้ต่อสู้กับมังกรสม็อก และได้รับทรัพย์สมบัติจำนวนมากกลับมา
เดอะฮอบบิท ประสบความสำเร็จอย่างสูงจนสำนักพิมพ์ต้องพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำอีก และส่งจดหมายมาขอให้โทลคีนรีบส่งนิยายเกี่ยวกับ "ฮอบบิท" ไปให้พิจารณาอีกโดยด่วน อันเป็นต้นกำเนิดของงานเขียนชิ้นต่อมาของโทลคีนที่ประสบความสำเร็จยิ่งกว่า คือเรื่อง "เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์" ปัจจุบัน เดอะฮอบบิท ได้แปลเป็นภาษาต่างๆ แล้วมากกว่า 40 ภาษา และติดอันดับหนังสือขายดี โดยมียอดจำหน่ายทั่วโลกรวมแล้วกว่า 90 ล้านเล่ม





ค่ายลูกเสือ


ค่ายลูกเสือ
สวัสดีครับ ที่หายไปนานไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ พวกเราแค่ไปเข้าค่ายมา เหนื่อยยมากและสนุกมากด้วย เราเลยจะมาแบ่งปันประสบการณ์ ที่แสนสนุกให้กับเพื่อนๆ
การเค้าค่ายลูกเสือของ รร.เรานั้นจัดขึ้นในวันที่24-26 มกราคมที่ผ่านมจัดขึ้น
ที่ค่ายตชด. โดยวันแรกเราเดินทางไกลกันจาก รร.บ้านห้วยนึ่งและเมื่อไปก็ลอดปากเสือแล้ว จากนั้น ทำกิจกรรมตามฐาน กางเต้นท์ และทำอาหาร
วันที่สองพวกเราตื่นกันตี 4 ครึ่ง เพื่อมาออกกำลังกาย มาทำอาหารเช้ากันและทำธุระส่วนตัว ในตอนสายถึงเย็นก็มีกิจกรรมในฐานต่างๆเพื่อฝึกฝนพวกเราไม่ว่าเป็น
-บรรไดสูง
-กระโดดหอ
-เชือกคู่
-เชือดเดี่ยว
-การนอนกลิ้งกับดิน
-การลอดอุโมง
-กำแพงสูง
ในตอนเย็นมีกิจกรรมรอบกองไฟ และการแสดงต่างๆจากเพื่อนๆ
วันสุดท้าย
เราก็ตื่นตี 4 ครึ่ง แบบเคย ปวดเมื่อยไปตามร่างกายเพราะกิจกรรมเมื่อวันที่สอง เราก็ออกกำลังกาย ทำอาหาร ทำธุระส่วนตัว ในตอนสายก็มาปิดกองและกลับบ้าน
ถามว่าค่ายนี้สนุกไหม? เราตอบเลยว่าสนุกและเหนื่อยพอๆกัน ยังไงเราก็ฝากให้ทุกคนที่ลองเปิดใจแล้วสนุกไปกับมัน











กิจกรรมประจำหน่วยที่ 2 เรื่อง หลักการและวิธีการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ


กระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร มีองค์ประกอบอะไรบ้าง กระบวนการเทคโนโลยี (Technological Process) คือ  ขั้น ตอนการแก้ปัญหาหรือตอบสนองต่อความต้องการ ซึ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากทรัพยากรให้เป็นผลผลิตหรือผลลัพธ์ ระบบเทคโนโลยีประกอบด้วยกระบวนทางเทคโนโลยีทั้งหมด ขั้นตอน ได้แก่
1.กำหนดปัญหาหรือความต้องการ (Identification the problem,need or preference) 2.รวบรวมข้อมูลเพื่อแสวงหาวิธีการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ (Information) 
3.เลือกวิธีการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ (Selection of the best possible solution)
4.ออกแบบและปฏิบัติ 
5.ทดสอบ (Testing to see if it works) 
6.การปรับปรุง (Modification and improvement)
7.ประเมินผล (Assessment)   จงให้คำนิยามของสิ่งต่อไปนี้ พร้อมทั้งแสดงให้เห็นว่าสิ่งเหล่านั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไรบ้าง-ข้อมูล -สารสนเทศ -ความรู้1)ข้อมูล คือ ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ เช่น คน สถานที่ สิ่งของต่าง ๆ ซึ่งมีการเก็บรวบรวมเอาไว้
2)สารสนเทศ คือ ข้อมูลที่ได้ผ่านกระบวนการประมวลผลแล้ว อาจใช้วิธีง่าย ๆ เช่น หาค่าเฉลี่ย หรือใช้ เทคนิคขั้นสูง
 3)ความรู้ คือ ความเข้าใจในเรื่องบางเรื่อง หรือสิ่งบางสิ่ง ซึ่งอาจจะรวมไปถึงความสามารถในการนำสิ่งนั้นไปใช้เพื่อเป้าหมายบางประการ .จงยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของนักเรียนเองว่า ความรู้ช่วยในการตัดสินใจได้อย่างไร เวลาเราเลือกซื้อของ เราต้องใช้ความรู้ในการพิจารณาของว่า มีความจำเป็นไหม ราคาเหมาสมรึป่าว ปริมาตรเเละคุณภาพเป็นอย่างไร การเก็บรักษาข้อมูลและสารสนเทศมีวิธีอย่างไร และเก็บไว้เพื่อประโยชน์อะไรการดูแลรักษาข้อมูล อาจประกอบด้วยกิจกรรมต่อไปนี้
(1) การ เก็บรักษาข้อมูล การเก็บรักษาข้อมูล หมายถึง การนำข้อมูลมาบันทึกเก็บไว้ในสื่อบันทึกต่างๆ เช่น แผ่นบันทึกข้อมูล นอกจากนี้ยังรวมถึงการดูแล และทำสำเนาข้อมูลเพื่อให้ใช้งานต่อไปในอนาคตได้      
(2) การทำสำเนาข้อมูล การทำสำเนาเพื่อเก็บรักษาข้อมูล หรือนำไปแจกจ่าย จึงควรคำนึงถึงความจุและความทนทานของสื่อบันทึกข้อมูล      
(3) การ สื่อสารและเผยแพร่ข้อมูล ข้อมูลต้องกระจายหรือส่งต่อไปยังผู้ใช้งานที่ห่างไกลได้ง่าย การสื่อสารข้อมูลจึงเป็นเรื่องสำคัญและมีบทบาทที่สำคัญยิ่งที่จะทำให้การส่ง ข่าวสารไปยังผู้ใช้ทำได้รวดเร็วและทันเวลา      
(4) การ ปรับปรุงข้อมูล ข้อมูลที่จัดเก็บไว้มีจุดประสงค์เพื่อการใช้งาน เช่น ในการตัดสินเพื่อดำเนินการ ดังนั้นข้อมูลจึงต้องมีการปรับปรุง ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา และจัดเก็บอย่างเป็นระบบเพื่อการค้นหาได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน ผู้บริหารต้องสามารถปฏิบัติงานได้รวดเร็วขึ้น เพื่อตอบสนองต่อการแข่งขันตลอดจนการผลักดันของสังคมที่มีการใช้ระบบสื่อสาร ข้อมูลที่ทันสมัยมากขึ้น การแข่งขันในธุรกิจจึงมากขึ้นตามลำดับ มีการใช้คอมพิวเตอร์มาวิเคราะห์ แยกแยะ และจัดสรรข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ เพื่อการตัดสินใจความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้คอมพิวเตอร์มีความสามารถมากขึ้น มีขนาดเล็กลง และราคาถูกลง การนำคอมพิวเตอร์มาใช้งานจึงแพร่หลายอย่างรวดเร็ว ตลอดจนระบบสื่อสารก้าวหน้ายิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลทำให้ระบบสารสนเทศขององค์การที่ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น   การเผยแพร่สารสนเทศมีวัตถุประสงค์อย่างไร และต้องคำนึงถึงอะไรบ้างวัตถุประสงค์ คือ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการเผยแพร่และต้องคำนึงถึง กลุ่มคนที่เราต้องการให้รับรู้ในการเผยเเพร่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เมื่อนักเรียนพบปัญหา ตามปกตินักเรียนจะหาคำตอบให้แก้ปัญหานั้นด้วยวิธีใดบ้าง จงบอกมา 3 วิธี พร้อมทั้งบอกว่าแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียอย่างไร
ปัญหา คือ นอนไม่หลับ            
วิธีที่ 1  นอนเเต่หัวค่ำ ข้อดีนอนไปเรื่อยเดียวก็กลับเอง  ข้อเสียทำได้ยากเพราะต้องทำการบ้าน            
วิธีที่ 2  หากิจกรรมทำก่อนนอน ข้อดี ง่วงทำให้หลับสบาย ข้อเสีย ต้องทำการบ้าน            วิธีที่ 3 เปิดวิทยุ  ข้อดีหลับง่าย  ข้อเสียไม่มีใครปิดวิทยุให้ เปลืองไฟปัญหาง่ายๆในชีวิตประจำวัน จำเป็นต้องใช้วิธีแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบหรือไม่ เพราะเหตุใดจำเป็น เพราะ การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบทำให้เรารู้ถึงปมปัญหาการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบมีขั้นตอนและวิธีการอย่างไร จงอธิบาย และมีประโยชน์อย่างไร
ขั้นตอนที่ 1 วิเคราะห์ปัญหาเพื่อหาประเด็นสำคัญของปัญหา            
ขั้นตอนที่ 2 หาแนวทางการแก้ปัญหา            
ขั้นตอนที่ 3 กำหนดรายละเอียดในการแก้ปัญหา           
ขั้นตอนที่ 4 พิจารณารายระเอียดว่าเหมาะสมหรือไม่            
ขั้นตอนที่ 5 พิจารณามาตรการแก้ปัญหาว่าเพียงพอประโยชน์ คือทำให้การเเก้ปัญหาง่ายขึ้นจงยกตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยในการแก้ปัญหาที่นักเรียนได้พบเห็นมาโดยเล่าเรื่องราวพอสังเขปและวิจารณ์ว่าเป็นการแก้ปัญหาที่เหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด
งานในที่ฮาร์ดดิสก์หายสามารถกู้คืนได้ เป็นต้น

วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556