วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555

โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (TOPOLOGY)

โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (TOPOLOGY)
        การนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อกันเพื่อประโยชน์ของการสื่อสารนั้น สามารถกระทำได้หลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป โดยทึ่วไปแล้วโครงสร้างของเครือข่ายคอมพิวเตอร์สามารถจำแนกตามลักษณะของการเชื่อมต่อดังต่อไปนี้

        1. 
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบบัส (bus topology)
        
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบบัส จะประกอบด้วย สายส่งข้อมูลหลัก ที่ใช้ส่งข้อมูลภายในเครือข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง จะเชื่อมต่อเข้ากับสายข้อมูลผ่านจุดเชื่อมต่อ เมื่อมีการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่องพร้อมกัน จะมีสัญญาณข้อมูลส่งไปบนสายเคเบิ้ล และมีการแบ่งเวลาการใช้สายเคเบิ้ลแต่ละเครื่อง ข้อดีของการเชื่อมต่อแบบบัส คือ ใช้สื่อนำข้อมูลน้อย ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเสียก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบโดยรวม แต่มีข้อเสียคือ การตรวจจุดที่มีปัญหา กระทำได้ค่อนข้างยาก และถ้ามีจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายมากเกินไป จะมีการส่งข้อมูลชนกันมากจนเป็นปัญหา
http://www.sa.ac.th/elearning/IMAGE6/bus_topology.jpg
        2. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน (ring topology)
        
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน มีการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์โดยที่แต่ละการเชื่อมต่อจะมีลักษณะเป็นวงกลม การส่งข้อมูลภายในเครือข่ายนี้ก็จะเป็นวงกลมด้วยเช่นกัน ทิศทางการส่งข้อมูลจะเป็นทิศทางเดียวกันเสมอ จากเครื่องหนึ่งจนถึงปลายทาง ในกรณีที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งขัดข้อง การส่งข้อมูลภายในเครือข่ายชนิดนี้จะไม่สามารถทำงานต่อไปได้ ข้อดีของโครงสร้าง เครือข่ายแบบวงแหวนคือ ใช้สายเคเบิ้ลน้อย และถ้าตัดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เสียออกจากระบบ ก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบเครือข่ายนี้ และจะไม่มีการชนกันของข้อมูลที่แต่ละเครื่องส่ง
http://www.sa.ac.th/elearning/IMAGE6/ring_topology.jpg
        3. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบดาว (star topology)
        
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบดาว ภายในเครือข่ายคอมพิวเตอร์จะต้องมีจุกศูนย์กลางในการควบคุมการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ หรือ ฮับ (hub) การสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ จะสื่อสารผ่านฮับก่อนที่จะส่งข้อมูลไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แบบดาวมีข้อดี คือ ถ้าต้องการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ก็สามารถทำได้ง่ายและไม่กระทบต่อเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ในระบบ ส่วนข้อเสีย คือ ค่าใช้จ่ายในการใช้สายเคเบิ้ลจะค่อนข้างสูง และเมื่อฮับไม่ทำงาน การสื่อสารของคอมพิวเตอร์ทั้งระบบก็จะหยุดตามไปด้วย
http://www.sa.ac.th/elearning/IMAGE6/STAR.JPG

โครงงานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก


โครงงานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 

เรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก

ที่มาและความสำคัญ
          เนื่องจากจังหวัดตากมีวัฒนธรรมประเพณีที่หลากหลาย เช่น ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1000 ดวง ประเพณีคาลก๋วยสลาก เป็นต้น วัฒนธรรมการทำอาหาร เช่น ข้าวเกรียบ หรือ ข้าวแคบ ซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดตากและอาหารที่ขึ้นชื่ออีกอย่างคือเมี่ยงเต้าเจี้ยวเมืองตากซึ่งทางคณะผู้จัดทำมีความสนใจที่จะศึกษา เรื่อง เมี่ยงเต้าเจี้ยวเมืองตากมากที่สุด ในสาขาวิชา แนะแนว โดยเกี่ยวข้องกับสาขาอาชีพต่างๆ

วัตถุประสงค์
1.เพื่อศึกษาอาชีพที่เกี่ยวกับเมี่ยงคำเมืองตาก
2.เพื่อหาแหล่งที่ผลิตเมี่ยงเต้าเจี้ยวจังหวัดตาก
3.เพื่อหาแหล่งที่ผลิตเมี่ยงเต้าเจี้ยวที่อร่อยที่สุด


วิธีการดำเนินการ
1.ประชุมเลือกโครงงานหรือศึกษา
2.เขียนโครงงานเพื่อนำเสนอของความเห็นจากอาจารย์ที่ปรึกษา
3.ลงมือปฏิบัติ
4.ทดลองปรับปรุงแก้ไข
5.นำเสนอผลงาน

ตารางการดำเนินงาน

ลำดับที่
กิจกรรมที่ปฏิบัติ
ระยะเวลา
ผู้รับผิดชอบ
1.
รวบรวมข้อมูล
20-26 พ.ย. 55
สมาชืกทั้งหมด
2.
ศึกษาแหล่งเรียนรู้
31-3 ธ.ค. 55
3.
ลงมือปฏิบัติ
5-13 ธ.ค. 55
4.
จดบันทึกข้อมูลและสรุปผล
14-17 ธค 55
5.
นำเสนอ
27 ธ.ค. 55

หมายเหตุ : ระยะเวลาในการดำเนินงาน ประมาณ 2 เดือน,สถานที่  รร. ตากพิทยาคม

สรุปผล
จากการที่ได้ศึกษาถึงอาชีพต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับ เมี่ยงคำเมืองตาก,เมี่ยงเต้าเจี้ยว หรือ เมี่ยงจอมพล นั้น ก็ได้ทราบถึงอาชีพต่างๆดังนี้   1.เกษตรกรรม จาก การปลูกผัก,ทำนา
                                                            2.ประมง         จาก การเลี้ยงกุ้ง
                                                            3.ปศุสัตว์         จาก การเลี้บงหมู
                                                            4.การค้าขาย     จาก การขายเมี่ยง,ขายผัก หรืออื่นๆ
ซึ่งแต่ละสายอาชีพล้วนมีความสำคัญที่จะก่อให้เกิด เมี่ยงคำเมืงตากของเรา

รูปเมี่ยงคำเมืองตาก

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555


ไม้ อย่าง ประโยชน์ ประการ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงผลกระทบจากการบุกรุกทำลายป่าไม้ของประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนก่อให้เกิดภาวะแห้งแล้ง พื้นที่ต้นนํ้าลำธารเสื่อมโทรม ฤดูกาลเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพทางการเกษตร กลายเป็นปัญหาทุกข์ร้อนของประชากรส่วนใหญ่ในชนบท พระองค์ทรงมีพระราชดำริในการพัฒนาฟื้นฟูสภาพป่าไม้ ให้คืนกลับสู่สภาพธรรมชาติด้วยแนวทางผสมผสาน โดยการปลูกไม้ทดแทนควบคู่กับการพัฒนาอาชีพราษฎร   ด้วยการวางแผนร่วมมือกันของทุกส่วนราชการ ในการดำเนินการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิศาสตร์และสภาวะแวดล้อม   การปลูกไม้ 3อย่าง ให้ประโยชน์ ประการ ตามแนวพระราชดำรินั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระราชดำริ ไว้เมื่อปี 2519 ณ หน่วยพัฒนาต้นนํ้าทุ่งจ๊อ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่  

ไม้ อย่าง
         ลักษณะไม้ อย่าง เป็นชนิดไม้ที่มีความสัมพันธ์เกื้อกูลกับวิถีชีวิตของชุมชน คือ
 1. ไม้ใช้สอยและเศรษฐกิจ เป็นชนิดไม้ที่ชุมชนนำไปใช้ในการปลูกสร้างบ้านเรือน โรงเรือน เครื่องเรือน คอกสัตว์เครื่องมือในการเกษตร เช่น เกวียน คันไถ ด้ามจอบ เสียม และมีด รวมทั้งไม้ที่สามารถนำมาทำเป็นเครื่องจักรสาน กระบุง ตะกร้าเพื่อนำไปใช้นำครัวเรือน และเมื่อมีพัฒนาการทางฝีมือก็สามารถจัดทำเป็นอุตสาหกรรมครัวเรือน นำไปจำหน่ายเป็นรายได้ของชุมชน ซึ่งเรียกว่า เป็นไม้เศรษฐกิจของชุมชน ได้แก่ มะขามป่า สารภี ซ้อ ไผ่หก ไผ่ไร่ ไผ่บง ไผ่ซาง มะแฟน สัก ประดู่ กาสามปีก จำปี จำปา ตุ้ม ทะโล้ หมี่ ยมหอม กฤษณา นางพญาเสือโคร่ง ไก๋ คูณ ยางกราด กระถิน เก็ดดำ มะหาด ไม้เติม มะห้า มะกอกเกลื้อน งิ้ว ตีนเป็ด ยมหอม มะขม มะแข่น สมอไทย ตะคร้อ เสี้ยว บุนนาค ปีบ ตะแบก ตอง คอแลน รัง เต็ง แดง พลวง พะยอม ตะเคียน ฮักหลวง เป็นต้น


2. ไม้ฟืนเชื้อเพลิงของชุมชน ชุมชนในชนบทต้องใช้ไม้ฟืน เพื่อการหุงต้มปรุงอาหาร สร้างความอบอุ่นในฤดูหนาว
สุมควายตามคอก ไล่ยุง เหลือบ ริ้น ไร รวมทั้งไม้ฟืนในการนึ่งเมี่ยง และการอบถนอมอาหาร ผลไม้บางชนิด ไม้ฟืนมีความ
จำเป็นที่สำคัญ หากไม่มีการจัดการที่ดีไม้ธรรมชาติที่มีอยู่จะไม่เพียงพอในการใช้ประโยชน์ ความอัตคัดขาดแคลนจะเกิดขึ้น
ดังนั้นจะต้องมีการวางแผนการปลูกไม้โตเร็วขึ้นทดแทนก็จะทำให้ชุมชนมีไม้ฟืนใช้ได้อย่างเพียงพอ ได้แก่ ไม้หาด สะเดา
เป้าเลือด มะกอกเกลื้อน ไม้เต้าหลวง กระท้อน ขี้เหล็ก ตีนเป็ด ยมหอม ลำไยป่า มะขม ดงดำ มะแขว่น สมอไทย ตะคร้อ
ต้นเสี้ยว บุนนาค ตะแบก คอแลน แดง เต็ง รัง พลวง ติ้ว หว้า มะขามป้อม แค ผักเฮือด เมี่ยง มะม่วงป่า มะแฟน กาสามปีก มันปลา นางพญาเสือโคร่ง มะมือ ลำไย รกฟ้า ลิ้นจี่



3. ไม้อาหารหรือไม้กินได้ ชุมชนดั้งเดิมเก็บหาอาหารจากแหล่งธรรมชาติ ทั้งการไล่ล่าสัตว์ป่าเป็นอาหาร รวมทั้งพืชสมุนไพร อดีตแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์จึงเป็นแหล่งอาหารเสริมสร้างพลานามัย การปลูกไม้ที่สามารถให้หน่อ
ใบ ดอก ผล ใช้เป็นอาหารได้ก็จะทำให้ชุมชนมีอาหารและสมุนไพร ในธรรมชาติเสริมสร้างสุขภาพให้มีกินมีใช้อย่างไม่ขาดแคลน ได้แก่ มะหาด ฮ้อสะพายควาย เป้าเลือด บุก กลอย งิ้ว กระท้อน ขี้เหล็ก มะขม มะแข่น สมอไทย ตะคร้อ เสี้ยว คอแลน ผักหวานป่า มะไฟ มะขามป้อม มะเดื่อ มะปีนดง เพกา แค สะเดา เมี่ยง มะม่วงป่า มะแฟน มะเม่า หวาย ดอกต้าง กระถิน
ก่อเดือย หว้า กล้วย ลำไย มะกอกเกลื้อน มะระขี้นก ประคำดีควาย ตะคร้อ กระบก ผักปู่ย่า มะเฟือง แคหางค่าง ขนุน มะปราง มะหลอด คอแลน มะเม่า ส้มป่อย


ประโยชน์ ประการ
         ไม้ อย่าง เมื่อปลูกไปแล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์ ประการ คือ
1. ในสภาพปัจจุบันป่าไม้ลดลงเป็นจำนวนมาก ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง และเพียงพอ ดังนั้น เมื่อมีการปลูกไม้ที่มีความเหมาะสมและมีคุณสมบัติที่ดีเพื่อการใช้สอยและสามารถนำมาใช้เสริมสร้างอาชีพได้ โดยมีการวางแผนอย่างมีส่วนร่วมและดูแลรักษาก็จะทำให้ชุมชนมีไม้ไว้ใช้สอยอย่างไม่ขาดแคลน และจะไม่สร้างผลกระทบ
ต่อทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่และหากมีการปลูกในปริมาณที่มากพอ ชุมชนก็สามารถนำมาเสริมสร้างอาชีพเสริมได้ทำให้ชุมชนมีรายได้เสริมให้มีความอยู่ดีกินดีขึ้น


 2. ไม้ฟืนเป็นวัสดุเชื้อเพลิงพื้นฐานของชุมชน หากชุมชนไม่มีไม้ฟืนไว้สนับสนุนกิจกรรมครัวเรือน ชุมชนจะต้องเดือดร้อนและสิ้นเปลืองเงินทอง เพื่อการจัดหาแก๊สหุงต้ม หรือจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อการจัดหาวัสดุเชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ



 3. พืชอาหารและสมุนไพรรวมทั้งสัตว์แมลง ที่ชุมชนสามารถเก็บหาได้จากธรรมชาติจะเป็นอาหารที่มีคุณค่าปลอดสารพิษ อันเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัยของคนในชุมชน เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้งถ้ามีปริมาณเกินกว่าที่ต้องการแล้วยังสามารถใช้เป็นสินค้าเสริมสร้างรายได้อีกทางหนึ่งด้วย


 4. เมื่อมีการปลูกไม้เจริญเติบโตเป็นพื้นที่ขยายมากเพิ่มขึ้น และมีการปลูกเสริมคุณค่าป่าด้วยพันธุ์ต่างๆ ทำให้เกิดความหลากหลายและเป็นการอนุรักษ์ดินและนํ้า รวมทั้งก่อให้เกิดการอนุรักษ์พื้นที่ต้นนํ้าลำธาร


จาก https://sites.google.com/site/banrainarao/knowledge/tree_bankไม้ อย่าง ประโยชน์ ประการ



คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต
       ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกคนมีเมล์บ็อกซ์หรืออีเมล์แอดเดรสที่ใช้อ้างอิงในการ รับส่งจดหมาย ความรับผิดชอบต่อการใช้งานอีเมล์ในระบบจึงเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องให้ความ สำคัญ เพราะจดหมายมีการรับส่งโดยระบบ ซึ่งหากมีจดหมายค้างในระบบจำนวนมากจะทำให้พื้นที่     บัฟเฟอร์ของจดหมายในระบบหมด  จะเป็นผลให้ระบบไม่สามารถรับส่งจดหมายต่อไปได้ หลายต่อหลายครั้งระบบปฏิเสธการรับส่งจดหมายเพราะไฟล์ระบบเต็ม
ดังนั้นจึงควรมีความรับผิดชอบในการดูแลตู้จดหมาย (mail box) ของตนเองดังนี้
ตรวจสอบจดหมายทุกวันและจะต้องจำกัดจำนวนไฟล์และข้อมูลในตู้จดหมายของตนให้เลือกภายในโควต้า ที่กำหนด
ลบข้อความหรือจดหมายที่ไม่ต้องการแล้วออกจากดิสต์เพื่อลดปริมาณการใช้ดิสก็ ให้จำนวนจดหมายที่อยู่ในตู้จดหมาย (mail box) มีจำนวนน้อยที่สุด
ให้ทำการโอนย้ายจดหมายจากระบบไปไว้ยังพีซีหรือฮาร์ดดิสก์ของตนเองเพื่อใช้อ้างอิงในภายหลัง
พึงระลึกเสมอว่าจดหมายที่เก็บไว้ในตู้จดหมายนี้อาจถูกผู้อื่นแอบอ่านได้ ไม่ควรเก็บข้อมูลหรือจดหมายที่คุณคิดว่าไม่ใช้แล้วเสมือนเป็นประกาศไว้ในตู้ จดหมาย
 จรรยาบรรณสำหรับผู้สนทนา 

ประวัติของ Star wars

ฉากหลัง

เรื่องชุดสตาร์ วอร์สดำเนินเรื่องในจักรวาลสมมติ มีมนุษย์ต่างดาวหลายเผ่าพันธุ์ (ส่วนใหญ่มีลักษณะคล้ายมนุษย์) มีหุ่นยนต์รับใช้พบได้ทั่วไป การเดินทางในอวกาศเป็นเรื่องธรรมดา ดาวเคราะห์หลายดวงในกาแลกซีเป็นส่วนหนึ่งขององค์การปกครองเดียวกัน อาจเป็นสาธารณรัฐหรือจักรวรรดิตามแต่ช่วงเวลาของท้องเรื่อง
ส่วนหนึ่งที่สำคัญของสตาร์ วอร์สคือ "พลัง" (อังกฤษforce) ซึ่งเป็นพลังงานเหนือธรรมชาติอย่างหนึ่งที่สามารถเรียกใช้ได้โดยผู้มีความสามารถพิเศษ ภาพยนตร์เรื่องแรกสุดได้อธิบายพลังไว้ว่าเป็น "สนามพลังที่สร้างขึ้นโดยสิ่งมีชีวิตรอบๆ ตัว มันล้อมรอบเรา แทรกซึมเข้ามาในตัวเรา ผูกมัดกาแลกซีทั้งกาแลกซีไว้ด้วยกัน"[1] การมีพลังนี้ทำให้ผู้ที่สามารถใช้พลังได้มีความสามารถเหนือธรรมชาติหลายอย่าง (เช่น พลังเคลื่อนย้าย การทำนายอนาคต การควบคุมจิตใจ) รวมทั้งการเพิ่มความสามารถทางกาย เพิ่มความเร็ว เพิ่มปฏิกิริยาโต้ตอบ ความสามารถเหล่านี้อาจแตกต่างกันไปในผู้ใช้แต่ละคนและสามารถพัฒนาได้ด้วยการฝึกฝน แม้พลังจะสามารถใช้ได้ในทางที่ดีแต่ก็มีด้านมืดที่หากถูกชักจูงด้วยความเกลียด ความโกรธ ความคิดมุ่งร้าย ภาพยนตร์ทั้งหกเรื่องแสดงให้เห็นถึงเจไดซึ่งเป็นผู้ที่ใช้พลังในทางที่ดี และเหล่าซิธที่ใช้พลังในทางชั่วร้ายและพยายามยึดครองกาแลกซี เนื้อหาแต่งเสริมหลายเรื่องแสดงให้เห็นว่ามีผู้ใช้พลังด้านมืดหลายคนที่เป็นเจไดมืดแต่ไม่ใช่ซิธ ส่วนใหญ่เนื่องมาจากกฎแห่งสองของซิธในยุคที่แสดงให้เห็นในภาพยนตร์
ภาพยนตร์

เนื้อหาในภาพยนตร์ไตรภาคเดิม (เอพพิโซด 4, 5 และ 6) เกี่ยวข้องกับสงครามกลางเมืองกาแลกติกที่มีขึ้นระหว่างพันธมิตรฝ่ายกบฏ กับฝ่ายจักรวรรดิ เป็นการต่อสู้ระหว่างความดีกับความชั่ว ลุค สกายวอล์คเกอร์ หนุ่มน้อยผู้ซึ่งกำลังฝึกฝนเพื่อการเป็นอัศวินเจไดคนสุดท้าย (และคนแรกในเจไดรุ่นใหม่) อาจเป็นผู้เดียวที่สามารถยืนหยัดต่อสู้กับดาร์ธ เวเดอร์ ลอร์ดมืดแห่งซิธ และจักรพรรดิ ดาร์ธ ซิเดียส อาจารย์ของเขา
ภาพยนตร์ไตรภาคต้น (เอพพิโซด 1, 2, และ 3) กล่าวถึงเหตุการณ์ที่นำไปสู่สงครามกลางกาแล็กซี การล่มสลายของสาธารณรัฐ และความรุ่งเรืองของฝ่ายจักรวรรดิ จากยุทธการนาบูระหว่างนาบูกับสมาพันธ์การค้า ไปจนถึงสงครามโคลนที่มีต่อฝ่ายแบ่งแยกดินแดนสงครามทั้งสองดำเนินไปตามประสงค์ของซิธ ภายใต้พัลพาทีน ผู้ลึกลับ ซึ่งคอยควบคุมทั้งสองฝ่ายอย่างลับ ๆ ภาพยนตร์ไตรภาคย้อนอดีตนี้เกิดขึ้นพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงของอนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ซึ่งได้รับการฝึกฝนเป็นเจไดหลังจากสงครามนาบู แต่ในเอพพิโซด 3อนาคินค่อยๆ ถูกกลืนเข้าสู่อำนาจมืดของพลัง จนกลายเป็นดาร์ธ เวเดอร์ ภายใต้การชี้นำของพัลพาทีน...
อย่างไรก็ตาม จอร์จ ลูคัส ผู้สร้างได้บอกเกี่ยวกับเนื้อหาของเรื่องดังกล่าวว่า เดิมที่เดียวมีเจตนาที่ให้มีเนื้อเรื่องทั้งหมด 3 ไตรภาค หรือ 9 ภาค ซึ่งจากที่ทำเป็นภาพยนตร์มีเพียง 2 ไตรภาค คือ 1-6 เท่านั้น เพราะเป็นช่วงที่เรื่องราวเข้มข้นมากที่สุด จึงเป็นเหตุว่า เหตุใดจึงมีการสร้างภาค 4-6 ขึ้นมาก่อน (ด้วยข้อขัดข้องและปัญหาด้านการเงิน) ส่วนภาคที่ 7-9 ปัจจุบัน ยังไม่มีการสร้าง คงมีแต่เรื่องราวต่อจากนั้นที่ออกมาในรูปแบบหนังสือนิยาย หนังสือการ์ตูน และเกม ในฐานะจักรวาลขยายเท่านั้น
ภาพยนตร์สตาร์วอร์ส

รายชื่อเรียงตามลำดับเหตุการณ์ในเรื่อง (ในวงเล็บคือวันที่ออกฉายรอบปฐมทัศน์):
  1. สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 1 : ภัยซ่อนเร้น (The Phantom Menace) (19 พฤษภาคม พ.ศ. 2542)
  2. สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 2 : กองทัพโคลนส์จู่โจม (Attack of the Clones) (16 พฤษภาคม พ.ศ. 2545)
  3. สตาร์ วอร์ส: สงครามโคลน (The Clone Wars) (15 สิงหาคม พ.ศ. 2551)
  4. สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 3 : ซิธชำระแค้น (Revenge of the Sith) (19 พฤษภาคม พ.ศ. 2548)
  5. สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 4 : ความหวังใหม่ (A New Hope) (25 พฤษภาคม พ.ศ. 2520) ในประเทศไทย เดิมใช้ชื่อว่า สตาร์ วอร์ส
  6. สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 5 : จักรวรรดิโต้กลับ (The Empire Strikes Back) (21 พฤษภาคม พ.ศ. 2523) ในประเทศไทย เดิมใช้ชื่อว่า สตาร์ วอร์ส 2
  7. สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 6 : การกลับมาของเจได (Return of the Jedi) (25 พฤษภาคม พ.ศ. 2526) ในประเทศไทย เดิมใช้ชื่อว่า สตาร์ วอร์ส 3 ชัยชนะของเจได

วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ฉลามรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในประจุไฟฟ้าแม้เพียงเล็กน้อยในน้ำทะเล ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่เปลี่ยนความสามารถในการนำไฟฟ้าของน้ำทะเลคือ เลือด


กาเซลล์ดามา (Dama Gazelle) สัตว์ป่าใกล้สูญพันธ์

กาเซลล์ดามา อาศัยในแอฟริกา และทะเลทรายซาฮาร่า เพื่อมาหาอาหารในฤดูแล้ง และถูกจัดเป็นชนิดสัตว์ป่าประเภทแอนทีโลป ที่ห้ามนำเข้าหรือส่งออกสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ตามหลักไซเตส (CITES) เนื่องจากการลอบทำลายและ ทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยพวกมัน ถูกล่าจากมนุษย์ จึงทำให้จำนวนลดลงอย่างมากถึง 80 เปอร์เซนต์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การสำรวจล่าสุดพบว่ากาเซลล์ดามามีอยู่ไม่เกิน 100 ตัวทั่วแอฟริกาเหนือ



สุนัขไทยพันธุ์บางแก้วเป็นสุนัขลูกผสมสามสายเลือด

เนื่องจากพื้นที่แหล่งกำเนิดชองสุนัขบางแก้ว เป็นพื้นที่ในเขตตำบลท่านางงาม ตำบลชุมแสงสงคราม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ในอดีตนั้นเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด รวมทั้งสุนัขจิ้งจอกและหมาในอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก 

โอกาสที่สุนัขจิ้งจอกและหมาในตัวผู้จะมาแอบลักลอบเข้ามาผสมพันธุ์กับสุนัขไทยตัวเมียที่เลี้ยงไว้ในวัดบางแก้วนั้นมีความเป็นไปได้สูงม
ากทีเดียว เพราะสุนัขป่าทั้งหลายนี้เป็นสุนัขที่กล้าหาญชาญชัย ว่องไว ใจปราดเปรียว แข็งแรง ซึ่งเรื่องนี้ อาจารย์ท่านหนึ่งของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ตรวจโครโมโซมของสุนัขไทยพันธุ์บางแก้วแล้วพบว่ามีโครโมโซมของสุนัขจิ้งจอกปะปนในโครโมโซมของสุนัขไทยพันธุ์บางแก้ว ซึ่งเป็นการยืนยันทางวิทยาศาสตร์ว่าสุนัขไทยพันธุ์บางแก้วสืบเชื้อสายจากสุนัขลูกผสมระหว่างสุนัขบ้านกับสุนัขจิ้งจอก

สุนัขไทยพันธุ์บางแก้วจึงมีลักษณะดีเด่นปรากฏโฉมออกมาคือ มีขนยาว ขนมีลักษณะเป็นขนสองชั้นคล้าย หางเป็นพวงสวยงาม มีขนแผงคอคล้ายแผงคอสิงโต ดุ เฉลียวฉลาด มีไอคิวสูง มีความสวยงาม ไม่แพ้สุนัขพันธุ์ต่างประเท











ความงามดั่งภาพเขียนพู่กันจีนที่วนอุทยานจางเจียเจี้ย 

วนอุทยานจางเจียเจี้ย ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลหูหนัน ซึ่งเป็นมรดกทางธรรมชาติของโลกพื้นที่แห่งนี้มีทิวทัศน์ทางธรรมชาติงดงามทั้ง "เขาสูง ภูงาม น้ำใส หุบลึก และถ้ำวิจิตร" 

ระหว่างเช้าวันที่ 30 พฤศจิกายนถึงวันที่ 1 ธันวาคมนี้ มีหิมะตกรอบแรกของฤดูหนาวปีนี้ ทำให้ปรากฏทัศนียภาพเสมือนหนึ่งภาพเขียนพู่กันจีน ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศจีน


วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

อาหารแนะนำเมืองตาก


ขอแนะนำอาหารพื้นเมือง ที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดตาก ข้อมูลนี้ได้จากเอกสารการวิจัยศักยภาพการท่องเที่ยวจังหวัดตากครับ
1.     เมี่ยงคำเมืองตาก หรือเมี่ยงจอมพล ลักษณะเด่นและส่วนประกอบของเมี่ยง คือ มะพร้าวขูด ข้าวตากแห้งทอด ถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้ง แคบหมู มะนาว หัวหอมแดง ขิง หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ พริกขี้หนูสด เต้าเจี้ยว ข้าวเกรียบชุบน้ำให้อ่อนตัว นำส่วนประกอบทั้งหมดห่อด้วยข้าวเกรียบใส่น้ำเต้าเจี้ยว ห่อพอดีคำ รับประทานเป็นของว่าง
2.     กะบองจ่อ มาจากภาษาพม่า หมายถึงฟักทองทอดโดยนำมาชุบแป้งก่อนทอด ลักษณะจะกรอบนอก สีเหลือง ใช้แป้งแปม้งซึ่งเป็นแป้งจากพม่าทำจากถั่วสีเหลืองอ่อน ปัจจุบันมีการนำผักชนิดอื่น เช่น มะละกอดิบ น้ำเต้า ถั่วงอก มาชุบแป้งทอด โดยน้ำจิ้มที่มีส่วนผสมของ น้ำมะขามเปียก น้ำอ้อยเคี่ยว เกลือ ถั่วลิสงป่น และกระเทียม มีรส เปรี้ยว หวาน มัน
3.     เส่งเผ่  เป็นขนมหวานมาจากพม่า ตัวขนมคล้ายขนมข้าวเหนียวแดง  ทำจากข้าวเหนียว น้ำอ้อย  กะทิ  หน้าเส่งเผ่จะราดด้วยหัวกะทิแล้วปิ้งหรืออบหน้าจนเกรียม รสชาติหวานมัน
4.     ฮาละหว่า      เป็นขนมหวานมาจากพม่า ตัวขนมทำจากแป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทราย กะทิ เมล็ดสาคูเล็ก หน้าขนมเช่นเดียวกับเส่งเผ่ รสชาติหวานมันบรรจุในถาดกลมใหญ่ทรงพม่า และตัดขายเป็นชิ้นเล็ก
5.     ก๋วยเตี๋ยวพื้นเมือง   ลักษณะเด่นคือใช้เส้นชนิดเล็กปรุงด้วยกุ้งแห้งป่น    แคบหมูชิ้นเล็ก  หอมกระเทียมเจียว  หมูบะช่อ  ถั่วฝักยาวหั่นเฉียง  น้ำตาลทราย  น้ำมะนาว น้ำปลามีทั้งชนิดแห้ง และน้ำ
6.     แกงมะแฮ้(มะแฮะ)  ใช้ถั่วมะแฮ้ต้มให้เปื่อยแล้วใช้พริกแกงส้มผสมปลาย่าง โดยเอาพริกแกงผัดกับหมูที่จะใส่แล้วใส่หม้อต้มรวมกับถั่วมะแฮ้ปรุงรสตามชอบ ใส่น้ำปลา น้ำมะขามเปียก ใบชะอม กินกับข้าวเกรียบทอดหรือย่าง  ถ้าจะให้อร่อยมากขึ้นต้องใส่ปลาร้าและใบส้มป่อย
7.     ยำข้าวเกรียบ ใช้ข้าวเกรียบมีงาทำเองของพื้นบ้านมายำรวมกับน้ำพริกกุ้งน้ำพริกเผาใส่ถั่วฝักยาว แครอท แค็บหมู